วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2553

การเลี้ยงปลาหมอไทยในกระชัง




การเลี้ยงปลาในกระชังเป็นวิธีที่มีมานานแล้ว โดยมีต้นกำเนิดมาจากประเทศกัมพูชา บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง ในประเทศไทยมีการเลี้ยงปลาในกระชังมานาน ปลาที่นิยมเลี้ยงส่วนใหญ่เป็นปลากินเนื้อที่ต้องการออกซิเจนต่ำ เช่น ปลาสวาย และปลาเทโพ โดยเลี้ยงในกระชังที่วางตรึงในแม่น้ำ ต่อมาเริ่มมีการเลี้ยงปลาทะเลในกระชังบริเวณชายฝั่งแม่น้ำ กระชังที่ใช้เลี้ยงได้มีการปรับปรุงและพัฒนาเป็นกระชังอวน เพื่อให้คงทนและเหมาะสมกับชนิดปลาที่เลี้ยงมากยิ่งขึ้น จำนวนผู้เลี้ยงปลาในกระชังมีเพิ่มมากขึ้นทุกปี เนื่องจากการเลี้ยงได้ผลผลิตมากกว่าการเลี้ยงในบ่อหลายเท่า ปลาที่นิยมเลี้ยงในกระชังมีหลายชนิด แต่ที่นิยมเลี้ยงในปัจจุบัน ได้แก่ ปลาสวาย ปลาชะโด ปลาบู่ เป็นปลาน้ำจืดที่นิยมเลี้ยงในกระชังไม้ไผ่ และกระชังไม้ตามแหล่งน้ำต่างๆ ในจังหวัดภาคกลางส่วนปลาน้ำกร่อยที่นิยมเลี้ยงได้แก่ ปลากะพงขาว และปลากะรังซึ่งนิยมเลี้ยงในในกระชังบริเวณชายฝั่งทะเลในภาคใต้และภาคกลาง

ประโยชน์ของการเลี้ยงปลาในกระชัง
การเลี้ยงปลาในกระชังเป็นการเลี้ยงปลาแบบหนึ่งที่ให้ผลผลิตสูง ลดต้นทุนในการผลิต ง่ายต่อการดูแลรักษาและจับขึ้นจำหน่าย นอกจากนั้นผู้เลี้ยงยังไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหาคุณภาพของน้ำที่ใช้เลี้ยงปลา และยังเป็นการเลี้ยงปลาที่เหมาะสมกับสภาพท้องที่ตามแหล่งน้ำตื่น เช่น แม่น้ำลำคลอง หนอง บึง แหล่งน้ำกร่อยในทะเลสาบ และทะเลชายฝั่ง ซึ่งสามารถดัดแปลงเป็นที่เลี้ยงปลาได้สะดวก และสามารถเลี้ยงได้เป็นจำนวนมากอีกด้วย ผลการเปรียบเทียบผลของการเลี้ยงปลาในกระชัง กับผลของการเลี้ยงปลาในบ่อ พบว่าการเลี้ยงปลาในกระชังจะได้ผลดีกว่าการเลี้ยงปลาในบ่อหลายประการดังนี้
1.การที่กระชังเป็นภาชนะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำให้น้ำไหลถ่ายเทได้สะดวกตลอดเวลา เมื่อนำปลาใส่ลงเลี้ยงในกระชังแล้ว จึงไม่ต้องเฝ้าพะวงดูแลเหมือนกับการเลี้ยงปลาในบ่อ เพราะมีน้ำและอาหารธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ไม่มีศัตรูปลามารบกวน
2.ด้านการลงทุน การเลี้ยงปลาในกระชังใช้เงินในการลงทุนน้อยมาก เพราะราคาค่าก่อสร้างกระชังนั้นน้อยกว่าการขุดบ่อเลี้ยงปลา และสามารถรวบรวมลูกปลาได้เอง หรือซื้อได้ในราคาถูก เหมาะกับผู้เลี้ยงที่มีทุนทรัพย์น้อย
3.สามารถเลี้ยงปลาได้หนาแน่น เมื่อเปรียบเทียบกับการเลี้ยงปลาด้วยวิธีอื่นในเนื้อที่เท่ากัน และยังง่ายต่อการดูแลรักษาเพราะอยู่ในที่แคบ การให้อาหารก็สะดวก ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับโรคที่จะเกิดขึ้นกับปลา เพราะน้ำมีการไหลเวียนที่ดี
4.การเลี้ยงปลาในกระชังจะใช้ระยะเวลาเลี้ยงน้อยกว่าการเลี้ยงปลาในบ่อ และให้ผลผลิตที่สูงกว่ามาก และมีต้นทุนในการผลิตของปลาต่อหน่วยมีราคาต่ำกว่าประมาณ 30 - 40 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการเลี้ยงปลาในบ่อ เพราะปลาสามารถใช้อาหารสมทบได้เต็มที่
5.ในการจับปลาไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือ สามารถจับได้ทันที แต่ถ้าหากเป็นการเลี้ยงปลาในบ่อนั้นจะต้องใช้แหหรืออวน หรือต้องใช้เครื่องมือสูบให้น้ำแห้งเสียก่อนจึงจะจับได้

ชนิดของปลาที่เลี้ยง
1. ปลาน้ำจืด การเลี้ยงปลาน้ำจืดในกระชัง เป็นของราษฎรที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำลำคลองในแถบจังหวัดภาคกลางที่ต้องการรายได้เสริม นอกเหนือจากการทำไร่ทำนา จังหวัดนครสวรรค์เป็นแหล่งที่มีการเลี้ยงปลาในกระชังมากที่สุด ปลาชนิดต่างๆ ที่นิยมเลี้ยงในน้ำจืด เช่น ปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาบู่ ปลาชะโด ปลานิล และปลาช่อน สำหรับเกษตรกรใน อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช มีการเลี้ยงปลาในกระชัง อยู่หลายกลุ่ม เช่นเกษตรกรรกลุ่มบ้านหน้าทับ เลี้ยงปลากะพง สำหรับแปลงเกษตรคลองสิงห์โรงเรียนท่าศาลาประสิทธิ์ศึกษา เลี้ยงปลาช่อน ปลานิล ปลาหมอไทย ปลาดุก เป็นต้น
2. บริเวณชายฝั่งทะเลทั้งทางด้านอ่าวไทยและชายฝั่งด้านทะเลอันดามัน นอกจากจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์และเจริญเติบโตของสัตว์น้ำกร่อยแล้ว ยังเป็นแหล่งที่มีการเพาะเลี้ยงสัตว์ชายฝั่งอย่างหนาแน่นอีกด้วย ทั้งนี้เพราะการเลี้ยงปลาในกระชังมีการลงทุนต่ำกว่าการขุดบ่อและไม่ต้องใช้พื้นที่มาก ผลผลิตค่อนข้างสูง ง่ายต่อการดูแลรักษาและจับขึ้นจำหน่าย นอกจากนั้นยังไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหาคุณภาพของน้ำที่ใช้เลี้ยงปลาด้วย ปัจจุบันปลาน้ำกร่อยที่นิยมเลี้ยงกันมากมีอยู่ 2 ชนิด คือ ปลากระรัง และปลากะพงขาว เนื่องจากปลาสองชนิดนี้เป็นปลาที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว และมีราคาสูง และพันธุ์ปลายังหาซื้อได้จากสถานีประมง หรือจากฟาร์มเอกชนได้สะดวก